ในรอบกลางคืนมีการจัดรายการวิทยุพิเศษภายในโรงเรียนชื่อ “Hoa Hoa Tea Time Tune” ซึ่งเป็นรายการวิทยุที่สภานักเรียนเป็นผู้ริเริ่มจัดทำเพื่อหาสปอนเซอร์และระดมทุนสำหรับค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรม โดยมีเกาซุ่นมาร่วมเป็นพิธีกรพร้อมกับเกียคุโยและจินชิ ภายในรายการมีทั้งโปรเจกต์ที่ชิซุยนำมาเสนอในชื่อ “บทเรียนเคล็ดลับความเป็นที่นิยม” คอร์สฝึกฝนจากบาเซ็นในฐานะกรรมการฝ่ายวินัย และการรับปรึกษาปัญหาของนักเรียน มีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ในช่วง “รายงานสดคาเบดงของประธานสภานักเรียนจินชิ” ก็มีการพลิกโผไม่คาดคิดเมื่อบาเซ็นต้องมาลองสัมผัสประสบการณ์คาเบดงเสียเอง ทั้งบาเซ็นและรากันซึ่งปรากฏตัวในอีเวนต์นี้เป็นครั้งแรกทั้งรอบกลางวันและกลางคืน ก็เข้าร่วมสร้างสีสันให้กับงานด้วยบทสนทนาสุดครึกครื้นระหว่างตัวละครที่ไม่ค่อยได้เห็นกันในเนื้อเรื่องหลัก
หลังจบละครอ่านบทสดรอบกลางวัน เซโตะย้อนถึงการสร้างบทบาทที่มีเฉพาะในอีเวนต์นี้ว่า “เล่นไปพร้อมกับคิดว่า ‘ชิซุยจะทำหน้าแบบนี้ไหมนะ’ ซึ่งต่างจากชิซุยในเนื้อเรื่องหลัก (แม้จะเป็นรูปแบบที่ต่างจากเนื้อเรื่องหลักก็ตาม) แต่ก็ดีใจที่ได้เล่นเป็นชิซุยอีกครั้งค่ะ!” จากนั้นเมื่อถามผู้ชมว่า “ทุกคนสนุกกันไหมคะ?” ก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้องตอบกลับมา ทัตสึมารุ ทาชิบานะ ผู้รับบทบาเซ็น ซึ่งในเนื้อเรื่องหลักไม่มีความเกี่ยวข้องกับชิซุยเลย ยิ้มด้วยความประทับใจกับบทสนทนาระหว่างตัวละครที่เกิดขึ้นได้เพราะอีเวนต์นี้เท่านั้นว่า “ในฐานะบาเซ็น การได้เรียกชื่อชิซุยแบบนี้ก็มีด้วยเหมือนกันนะ”
ต่อด้วยการพากย์สดของภาคที่ 2 เริ่มจากตอนที่ 25 “เมาเมากับขนแมว” ที่เป็นฉากพบกันครั้งแรกของเมาเมากับชิซุย ตอนที่ 35 “ล่า” นำเสนอบทสนทนาระหว่างเมาเมากับจินชิในถ้ำ ส่วนตอนที่ 39 “ไอศกรีม” นำเสนอฉากที่เมาเมา เสี่ยวหลาน และชิซุยช่วยกันทำไอศกรีม เป็นช่วงเวลาที่ได้สัมผัสความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่เติบโตขึ้นในเรื่องราวผ่านการแสดงสดอีกครั้ง
ต่อด้วยตอนที่ 41 “หมู่บ้านจิ้งจอก” และตอนที่ 44 “ป้อมปราการ” ที่นำเสนอฉากตึงเครียดซึ่งชะตากรรมของแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การแสดงของโอตสึกะที่ถ่ายทอดความเด็ดเดี่ยวของจินชิในฐานะพระอนุชาต่างมารดาของจักรพรรดิ ทำให้ผู้ชมกลั้นหายใจเฝ้าดูอย่างตั้งใจ จากนั้นตอนที่ 45 “แอ่งคางคก” นำเสนอฉากอำลาระหว่างเมาเมากับชิซุย เมื่อเมาเมาเอ่ยเรียก “ชิซุย” และชิซุยตอบกลับว่า “มีอะไรเหรอ?” ต่อด้วยฉากที่เมาเมามอบปิ่นปักผมที่ได้รับจากจินชิให้กับชิซุยเป็นเครื่องรางแล้วส่งเธอไป การพากย์สดของอาโออิ ยูกิและเซโตะทำให้ได้ยินเสียงสะอื้นจากผู้ชม บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
จากนั้นตอนที่ 46 “กองทหารรักษาวัง” นำเสนอฉากที่จินชิกับโหลวหลันเผชิญหน้ากัน และโหลวหลันถ่ายทอดความปรารถนาสองประการของเธอ ต่อจากบทสนทนาตึงเครียดนั้น เมื่อภาพเคลื่อนไหวของโหลวหลันที่ร่ายรำถูกฉายขึ้นบนจอพร้อมกับเพลงประกอบ “แสงแห่งชีวิต” ที่ขับร้องสดโดยริมุ มิยาเกะ ก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้ชม
ต่อด้วยตอนที่ 48 “จุดเริ่มต้น” นำเสนอฉากที่เมาเมาและจินชิได้พบกันอีกครั้ง และฉากที่เมาเมาซึ่งกลับมายังย่านสถานเริงรมย์ได้อ่านจดหมายจากเสี่ยวหลาน จดหมายที่บอกเล่าว่าเสี่ยวหลานพ้นกำหนดสัญญาและออกจากวังหลังแล้ว พร้อมความปรารถนาที่อยากพบเมาเมาและชิซุยอีกครั้งสักวัน และอยากกินไอศกรีมด้วยกันทุกคนอีกครั้ง ประกอบกับภาพเคลื่อนไหวที่ตัวอักษรค่อย ๆ เลือนไปด้วยหยดน้ำตา ทำให้กลายเป็นฉากที่ชวนซาบซึ้งใจ ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาที่ทั้งสามคนได้ใช้ร่วมกันมาตลอด
หลังจบการพากย์สดของภาคที่ 2 เซโตะย้อนความรู้สึกว่า “เป็นฉากที่สำคัญมากด้วยค่ะ พอได้มาเล่นแบบนี้อีกครั้ง ก็มีความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาจริง ๆ” ด้านอาโออิ ยูกิ กล่าวว่า “ทำให้นึกถึงตอนพากย์ครั้งแรกด้วยค่ะ และรู้สึกว่าฉากนี้กลายเป็นฉากที่ประทับใจมากขึ้นไปอีก เพราะได้สร้างมันขึ้นมาพร้อมกับทุกคนในที่นี้” นักแสดงต่างย้อนดูเส้นทางของตัวละครอีกครั้งพร้อมกับถ่ายทอดความรู้สึกที่ใส่ลงไปในแต่ละฉาก
หลังจากได้ย้อนฉากเด็ดของภาคที่ 1 และภาคที่ 2 กันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางความคึกคักในงานที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ช่วงท้ายของอีเวนต์ก็มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับภาคที่ 3 ที่หลายคนรอคอย รวมถึงฉบับภาพยนตร์ต่อเนื่องกัน ทุกครั้งที่มีข้อมูลใหม่ปรากฏบนจอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโปรโมตของภาคที่ 3 ก็มีเสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้ชม เพราะเพิ่งย้อนดูเรื่องราวที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อเรื่องราวใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นจึงยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้บรรยากาศในงานคึกคักอย่างมาก
ท่ามกลางบรรยากาศอาลัยอาวรณ์ อีเวนต์ได้เดินทางมาถึงช่วงกล่าวคำอำลา โทชิยูกิ โทโยนางะ ผู้รับบทรากัน สร้างเสียงหัวเราะให้กับงานว่า “ฝ่ายผู้ชายออกทะเลกันไปเยอะเลยนะครับ แต่ก็อยากให้ทุกคนดูแล้วรู้สึกว่าคนตลก ๆ แบบนี้แหละที่แสดงได้ดี” พร้อมกล่าวด้วยความมุ่งมั่นถึงทิศทางต่อจากนี้ว่า “ทั้งภาคที่ 3 และฉบับภาพยนตร์ ผมจะทุ่มเทสุดใจแสดงออกมาอย่างเต็มที่อีกครั้งครับ”
อัตสึมิ ทาเนซากิ ผู้รับบทเกียคุโย แสดงความประทับใจต่อเวทีพิเศษที่มีเฉพาะในอีเวนต์นี้ว่า “แม้จะเป็นเนื้อหาที่ได้ดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรู้อยู่แล้ว แต่รู้สึกเหมือนได้เห็นสิ่งพิเศษที่มีแค่ช่วงเวลานั้นเท่านั้น จนแทบทนไม่ไหวเลยค่ะ ทั้งสมาธิของนักแสดงทุกคน และเพลงอันยอดเยี่ยมของศิลปินทั้งสองท่าน ให้ความรู้สึกแบบ ‘ตอนนี้เท่านั้น...! มีแค่ตอนนี้เท่านั้น...!’ สุดยอดมากค่ะ”
ทัตสึมารุ ทาชิบานะ ผู้รับบทบาเซ็น กล่าวถึงความคาดหวังต่อบทบาทในอนาคตว่า “บาเซ็นที่ผ่านมาได้แสดงหลากหลายด้านให้เห็นในเรื่องราว แต่ในภาคที่ 3 และฉบับภาพยนตร์ก็จะได้เห็นด้านใหม่ ๆ อีกครั้ง อยากให้ทุกคนได้ดูกันเร็ว ๆ นี้จริง ๆ ครับ”
มิซากิ คูโนะ ผู้รับบทเสี่ยวหลาน ถ่ายทอดความรักที่มีต่อตัวละครว่า “เสี่ยวหลานเป็นตัวละครที่ดิฉันได้รับโอกาสแสดงจากการเลือกตัวโดยตรง ไม่ใช่จากการออดิชัน จึงเป็นเหมือนของขวัญพิเศษสำหรับดิฉัน ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ รู้สึกดีใจจากใจจริงที่ได้พบกับเสี่ยวหลานค่ะ”
คัตสึยูกิ โคนิชิ ผู้รับบทเกาซุ่น ตอกย้ำความรู้สึกที่มีต่อผลงานอีกครั้งว่า “‘สืบคดีปริศนา หมอยาตำรับโคมแดง’ เป็นเรื่องที่สนุกมากจริง ๆ ครับ ตอนที่ฟังอยู่หลังเวทีก็รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหลเลย และรู้สึกขอบคุณมากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับผลงานดี ๆ แบบนี้” ก่อนจะปิดท้ายด้วยมุกตลกว่า “จากนี้ไปขอฝากทุกอย่างไว้ให้บาเซ็นดูแล ส่วนผมขอเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ ก็แล้วกันครับ”
อาซามิ เซโตะ ผู้รับบทชิซุย/โหลวหลัน ย้อนช่วงเวลาที่นักแสดงและผู้ชมกลายเป็นหนึ่งเดียวกันว่า “ตอนพากย์เสียง ได้รู้สึกถึงความรู้สึกที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกับคุณอาโอะ (อาโออิ ยูกิ) และก็ได้สัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้งบนเวทีนี้ค่ะ พอผู้ชมทุกคนรับความรู้สึกนั้นไป และรู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองสั่นไหว ทั้ง ๆ ที่เป็นงานใหญ่ขนาดนี้ ก็รู้สึกว่ามันดีมากจริง ๆ ค่ะ”
ทาเกโอะ โอตสึกะ ผู้รับบทจินชิ กล่าวด้วยความปลื้มปีติว่า “การที่ผลงานเรื่อง ‘สืบคดีปริศนา หมอยาตำรับโคมแดง’ ได้ส่งถึงทุกคนและทุกคนได้สนุกไปกับมัน แล้วยังได้มาแบ่งปันความรู้สึกนี้ร่วมกันอีกครั้งที่นี่ ทำให้ผมรู้สึกว่าช่วงเวลานี้มีความสุขจริง ๆ ครับ” พร้อมกล่าวถึงความคาดหวังต่อจากนี้ว่า “ทั้งภาคที่ 3 และฉบับภาพยนตร์ น่าจะมีการค้นพบใหม่ ๆ ด้วย เนื้อเรื่องที่กำลังจะมาถึงมีแต่จุดที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ ครับ อยากให้ทุกคนเชียร์ทั้งสองเรื่องด้วยกันนะครับ”
สุดท้ายอาโออิ ยูกิ เผยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมพร้อมกล่าวว่า “อีเวนต์ที่แสดงเกือบเต็มรูปแบบตลอดทั้งงานแบบนี้ มันหรูหราและสนุกจริง ๆ ค่ะ มีความสุขมากจริง ๆ” และถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อผลงานว่า “ทั้งภาคที่ 3 ฉบับภาพยนตร์ และทุกสิ่งที่พวกเราร่วมกันสร้างขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ก็อยากให้ทุกคนรักมันด้วยเช่นกันค่ะ” ก่อนจะยิ้มแย้มบอกอีกครั้งด้วยความรักที่มีต่อผลงานว่า “ทำให้ยิ่งชอบ ‘สืบคดีปริศนา หมอยาตำรับโคมแดง’ มากขึ้นไปอีกค่ะ”
งาน “เลี้ยงสวนฤดูร้อน 2026” ที่รวมแฟนคลับกว่า 4,000 คนและนักแสดงนำเสียงระดับซูเปอร์สตาร์ไว้ในที่เดียวกัน กลายเป็นวันที่ได้เพลิดเพลินไปกับ “สืบคดีปริศนา หมอยาตำรับโคมแดง” อย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่การพากย์สดที่ประดับฉากเด็ดของภาคที่ 1 และภาคที่ 2 ละครอ่านบทสดต้นฉบับเฉพาะงาน การขับร้องเพลงประกอบสด ไปจนถึงการเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับภาคที่ 3 และฉบับภาพยนตร์ พื้นที่พิเศษที่นักแสดงและแฟนคลับได้ร่วมย้อนเรื่องราวของเมาเมาและเพื่อน ๆ ที่สั่งสมมา พร้อมแบ่งปันความคาดหวังต่อเรื่องราวใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง ทั้งนี้ การสตรีมมิ่งย้อนหลังของรอบกลางคืนได้เปิดให้รับชมจนถึงวันที่ 30 สิงหาคม (วันอาทิตย์)
(C)日向夏・イマジカインフォス
รายการรูปภาพสำหรับบทความนี้















