——เมื่อได้ย้อนมองผลงานที่คุณทำในตอนนั้นอีกครั้งในช่วงเวลานี้ คิดว่าน่าจะมีหลายสิ่งที่รู้สึกได้
อุโรบุจิ:พอได้กลับมาดูอีกครั้งก็รู้สึกว่า นี่คือผลงานที่เขียนได้เพราะตัวผมเมื่อกว่า 10 ปีก่อนมีความเห็นอกเห็นใจและความตระหนักต่อความขัดแย้งในใจของเหล่าสาวน้อยเวทมนตร์ ตอนนี้รู้สึกลึกๆ ว่าตัวเองเขียนแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยด้วย
ตอนนั้นผมยังพอจินตนาการได้ว่าเด็กสาวรุ่นนั้นกลัวอะไรและต้องการอะไร แต่ทุกวันนี้เด็กรุ่นที่คุ้นเคยกับสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย ผมเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าพวกเขามีความสุขหรือทุกข์กับเรื่องอะไร
——ทุกวันนี้ก็ยังมีแฟนคลับผู้หญิงที่เหนียวแน่นอยู่ไม่น้อย จึงรู้สึกว่าสิ่งที่ผลงานนี้ถ่ายทอดออกมามีความเป็นสากลอยู่
อุโรบุจิ:ถ้าสิ่งเหล่านั้นสื่อออกไปได้อย่างที่ตั้งใจ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้าเด็กรุ่นใหม่ยังคงแบกรับความรู้สึกแบบนั้นอยู่ ในฐานะผู้ใหญ่ก็คิดว่าคงต้องขบคิดเรื่องนี้กันต่อไป
——เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ อาโออิ ยูกิ ผู้ให้เสียงพากย์ คานาเมะ มาโดกะ ด้วยเช่นกัน และคำพูดของอาโออิที่บอกว่าช่วงที่ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ ออกอากาศ “เหมือนเป็นเทศกาลฉลอง” นั้นน่าประทับใจมาก เมื่อคุณอุโรบุจิย้อนมองในตอนนี้ คิดว่าอิทธิพลที่ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ ได้ทิ้งไว้นั้นเป็นแบบไหน
อุโรบุจิ:ก็…ในฐานะฝ่ายผู้สร้างสรรค์ ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของผลงาน สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวงการ ที่นักเขียนจากอุตสาหกรรมอื่นเริ่มถูกดึงมาเขียนบทอนิเมะกันมากขึ้น
——จริงอยู่ว่าในตอนนั้นนอกจากคุณอุโรบุจิที่โลดแล่นอยู่ในวงการเกมบิโชโจะแล้ว ยังมี จุน มาเอดะ จาก『แองเจิลบีทส์! แผนพิชิตนางฟ้า』และ ฟุมิอากิ มารุโตะ จาก『วิธีปั้นสาวบ้านให้มาเป็นนางเอกของผม』ที่ได้รับความสนใจจากแฟนอนิเมะมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
อุโรบุจิ:ผมคิดว่าปกติแล้วในวงการอนิเมะ นักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่าผมมักจะสั่งสมประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วยแบบระบบฝึกงาน ก่อนจะค่อยๆ รับหน้าที่เขียนบทแต่ละตอนและวางโครงเรื่องซีรีส์ แล้วค่อยไต่เต้าขึ้นไป แต่ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ กลับได้รับความสนใจจากบริบทที่ต่างออกไป ผมคิดว่านั่นแหละคือความแปลกใหม่ของผลงานเรื่องนี้
——ในหมู่ทีมงานหลักเองก็มีความตั้งใจที่จะสร้างผลงานที่ไม่ยึดติดกับขนบของวงการอนิเมะด้วยหรือเปล่า
อุโรบุจิ:ได้ยินมาว่าชินโบบอกว่า “อยากได้นักเขียนที่ไม่คุ้นเคยกับวงการอนิเมะ” เลยเรียกผมมา ในกระแสใหญ่ที่นักเขียนและครีเอเตอร์จากอุตสาหกรรมอื่นเริ่มเข้ามาสู่วงการอนิเมะแบบนี้ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ ก็เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นออกมา นี่คือความประทับใจของผมเมื่อย้อนกลับมามองตอนนี้
เป็นยุคที่แม้แต่คนที่เคยดูแต่อนิเมะ ก็เริ่มหันไปสนใจแนวอื่นเพราะการมาถึงของอินเทอร์เน็ตและบล็อก จนกระทั่งหันมาให้ความสนใจเกมบิโชโจะด้วย ผมคิดว่าตัวเองได้รับโอกาสทำงานในยุคแบบนั้นพอดี
——คิดว่าการที่ไม่ได้เติบโตมาจากสายอนิเมะโดยตรงก็คงมีความยากลำบากอยู่บ้าง……
อุโรบุจิ:ไม่หรอก ตอนนั้นผมค่อนข้างตื่นเต้นดีใจมากกว่า จนแทบไม่รู้สึกว่าความยากลำบากเป็นความยากลำบาก ผมเป็นนักเขียนอนิเมะที่ถูกปั้นขึ้นมาแบบเร่งด่วนภายใน 1-2 ปีเท่านั้น การที่คนประสบการณ์น้อยแบบนั้นได้รับมอบหมายให้วางโครงเรื่องซีรีส์และเขียนบททุกตอน ด้วยโจทย์ที่ต้องการบทที่ไม่มีกลิ่นอายความเป็นอนิเมะ ถือเป็นเรื่องที่ทั้งแปลกและบ้าบิ่นมากจริงๆ แต่การที่ผมเป็นคนชอบสนุกไปกับมันก็คงเป็นโชคดีอย่างหนึ่ง
นับจากที่ซีรีส์ทีวี สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ ออกอากาศมาแล้ว 15 ปี และ『ภาพยนตร์ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ: Rebellion』เข้าฉายมาแล้ว 13 ปี แม้สภาพแวดล้อมของวงการอนิเมะจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่การได้ลองคิดดูว่าประวัติศาสตร์ถูกสั่งสมขึ้นมาอย่างไรโดยรู้มุมมองของผู้สร้างสรรค์ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย
ข้อความ/kato
(C)Magica Quartet/Aniplex,Madoka Project















